Jake Kellie จากห้องอาหาร Burnt Ends ประเทศสิงคโปร์ ชนะการแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef 2018

Jake Kellie จากห้องอาหาร Burnt Ends ประเทศสิงคโปร์ ชนะการแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef 2018

ผ่านไปแล้วสำหรับการแข่งขันรอบ Semi-final ของ S.Pellegrino Young Chef 2560 ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากเชฟรุ่นเยาว์ผู้เข้ารอบ 10 คน ชัยชนะตกเป็นของ เชฟหนุ่ม Jake Kellie จากห้องอาหาร Burnt Ends ประเทศสิงคโปร์ และ Jake Kellie จะเป็นตัวแทนจากภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ในการเข้าแข่งขันรอบ Grand Finale เพื่อเป็นสุดยอดเชฟรุ่นใหม่ระดับโลกในวันที่ 11-13 พฤษภาคม 2561 ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สำหรับเมนูของเชฟ Jake Kellie ที่ใช้ในการแข่งขันคือ “Aged Pigeon” ซึ่งชนะใจกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และเอาชนะคู่แข่งทั้ง 9 คน จากสิงค์โปร์, อินโดนีเซีย มัลดีฟส์, อินเดีย, ประเทศไทย และมาเลเซีย

 

 



 
การแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef 2018 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2560 ที่ Asian Culinary College of Lifelong Learning, Nanyang Polytechnic ประเทศสิงค์โปร์ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดังนี้ เชฟ Richard Ekkebus จากห้องอาหาร Amber โรงแรม แลนด์มาร์ค แมนดาริน โอเรียนเต็ล (The Landmark Mandarin Oriental) ในฮ่องกง, เชฟ Tetsuya Wakuda จากร้านอาหาร Tetsuya's ในออสเตรเลีย และร้านอาหาร Waku Ghin ในสิงคโปร์, เชฟ Mingoo Kang จากร้านอาหาร Mingles ในเกาหลี, เชฟ Chele Gonzalez จากร้านอาหาร Gallery VASK ในฟิลิปปินส์ และเชฟ Vicky Lau จากร้านอาหาร Tate Dining Room & Bar ในฮ่องกง โดยการตัดสินและคัดเลือกเพื่อเฟ้นหาผู้เข้ารอบ Semi-Final นั้นใช้เกณฑ์การตัดสิน “Five Golden Rules” ได้แก่ วัตถุดิบที่เลือกใช้, ทักษะและความสามารถ, สติปัญญาและความเฉียบแหลม, ความสวยงาม และความหมาย (ingredients, skills, genius, beauty, and message)

 

 


 

เมนูเด่นของ Jake Kellie ที่ใช้แข่งขัน สื่อสารปรัชญาการทำอาหารของเขาได้แก่: ความเรียบง่าย, เทคนิคในการทำ และวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุง (simplicity, technique and produce) โดยเขาเลือกใช้นกพิราบ วัตถุดิบที่เขาโปรดปรานเป็นหลัก นั่นคือนกพิราบ นำมาบ่มกับใบพริกไทย, ฟางแห้ง และสตอเบอรี่ กัม (strawberry gum) เป็นเวลา 2 อาทิตย์ เชฟ Jake Kellie เลือกใช้วัตถุดิบพื้นเมืองของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา อาทิ ดอกไม้, เบอร์รี่ และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อาทิ ไรซ์เบอร์รี่ และ แบล็คเบอร์รี่แช่อิ่มกับมะนาวนิ้วมือ (finger limes),  บีทรูทอบเกลือกับเมล็ดวัทเทิ้ล (wattle seed) เคล้ากับน้ำจากนกพิราบย่าง และน้ำซุปนกพิราบ ตามด้วยไวน์รสดีอายุ 8 ปีจากทางใต้ของออสเตรเลีย ภาชนะที่ใส่อาหารสั่งทำเป็นพิเศษจากออสเตรเลียเช่นกัน เคลือบด้วยเถ้าจากเตาอบของ Burnt Ends

 

 



 
Richard Ekkebus เชฟผู้มีชื่อเสียงและทำให้ห้องอาหาร Amber ได้รับรางวัลมากมาย รวมถึงการได้รับเลือกให้เป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดอันดับที่ 3 ของเอเชีย จาก Asia’s 50 Best Restaurants ในปี 2560 โดย Richard Ekkebus จะเป็นเชฟเมนเทอร์ ผู้ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาให้กับเชฟ Jake Kellie สำหรับการแข่งขันในรอบ Grand Finale โดยภายในเดือนธันวาคม 2560 เชฟรุ่นใหม่ทั้ง 21 คน จาก 21 ภูมิภาค จะได้รับการประกาศให้เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งแต่ละคนจะได้การฝึกฝนจากเชฟเมนเทอร์ ของพวกเขา เพื่อเตรียมชิงชัยในการแข่งขันรอบ Grand Finale ในเดือนพฤษภาคม ปี 2561 ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี

 

 



 

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef 2018 ได้ที่ www.sanpellegrino.com พร้อมเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการกิน การดื่ม บนนิตยสารออนไลน์ที่สนับสนุนโดยซานเปลเลกรีโน และอัคควา ปันนา ได้ที่ www.finedininglovers.com