ก่อฟืน จุดไฟ ย้อนรอยอารยธรรมการปรุงอาหารที่ Char by Four Seasons ประสบการณ์ใหม่ที่ เชียงใหม่

ก่อฟืน จุดไฟ ย้อนรอยอารยธรรมการปรุงอาหารที่ Char by Four Seasons ประสบการณ์ใหม่ที่ เชียงใหม่

โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการเปิดตัวห้องอาหารใหม่ที่มีชื่อว่า ชาร์ (Char by Four Seasons) ซึ่งจะพาทุกท่านย้อนรอยวีถี และกรรมวิธีการทำอาหารแบบดั้งเดิมด้วยการใช้ไฟฟืน เน้นการนำวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากเกษตรกรในชุมชนมาประยุกต์ใช้ และการคัดสรรเนื้อสเต็กเกรดพรีเมี่ยมจากทั่วทุกมุมโลก โดยส่วนประกอบกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ในเมนูอาหารนั้นมาจากการทำงานอย่างใกล้ชิดกับเกษตรกรท้องถิ่นในภาคเหนือของไทย

 

 



ห้องอาหารชาร์ (Char) ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิก และนักออกแบบภูมิทัศน์ชื่อดัง มร. บิลล์ เบนสเลย์ ซึ่งได้รับการขนานนาม และมีชื่อเสียงในระดับสากลว่าเป็นราชาแห่งการออกแบบรีสอร์ทสุดหรูทั่วโลก ได้ทำการออกแบบเตาไฟกลางห้องอาหารได้อย่างงดงามราวกับงานศิลปะมาสเตอร์พีซ “กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของเมนูของเรานั้นปรุง และทำสดจากเตานี้” กล่าวโดยเชฟเลียม นีลอน หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ ผู้ซึ่งใช้เวลาตลอดทั้งหกเดือนที่ผ่านมาคิดค้น และสร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แตกต่างเพื่อนักชิมทุกท่าน “เมนูของเราคือการนำเอากรรมวิธีการปรุงอาหารจากการก่อฟืน จุดไฟแบบดั้งเดิมผสมผสานกับการใช้วัตถุดิบชั้นเลิศ ประกอบกับส่วนผสมที่สดใหม่พร้อมด้วยเทคนิค และกรรมวิธีที่แตกต่างออกไป เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับเกษตรกรท้องถิ่น เพราะเราให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบในแต่ละฤดู” โดยแต่ละเมนูนั้นสามารถเพิ่มความน่าสนใจให้กับรสชาติอาหารด้วยการรับประทานคู่กับซิกเนเจอร์ซอสที่หมัก และปรุงขึ้นเองโดยทีมพ่อครัว

 

 



“ผมตื่นเต้นที่จะได้มีโอกาสเปิดประตูต้อนรับแขกทุกท่านให้ได้ชื่นชมกับความงามของบรรยากาศและการตกแต่ง รวมทั้งนิยามใหม่และคอนเซ็ปต์ที่คลาสสิคของห้องอาหาร เพราะ ชาร์ คือการนำเสนอเมนูอาหารผ่านกรรมวิธีการปรุงด้วยไฟฟืน ซึ่งเคารพรสชาติของวัตถุดิบและยกระดับความมีมิติในแต่ละเมนูด้วยทักษะ และเทคนิคการปรุงอาหารของทีมพ่อครัวที่เชี่ยวชาญ” กล่าวโดย มร. แอนโทนี กิล, ผู้จัดการใหญ่ประจำโฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท เชียงใหม่ และโฟร์ซีซั่นส์ เต้นท์แคมป์ สามเหลี่ยมทองคำ “การสร้างความสัมพันธ์ และสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่นถือเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญ เพราะการเกื้อหนุน และพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนคือกุญแจสู่ความสำเร็จของห้องอาหารของเรา”

 

 



อิ่มอร่อยไปกับมื้อกลางวันที่ห้องอาหารชาร์ด้วยเมนูเบาๆและสดชื่นไปกับหลากหลายเมนูเพื่อสุขภาพ อาทิ สลัด เซวิชเช่ และสปาเก็ตตี้ควินัวโรยด้วยผงสาหร่ายและนิวทริชั่นแนลยีสต์ซึ่งเข้ากันได้ดีกับพิซซ่าสุดคลาสสิคที่อบด้วยเตาถ่าน ทั้งยังมีแซนวิชเนื้อพาสทรามีและสเต็กเนื้อสตลิปลอยน์ที่สะท้อนความโดดเด่นและคอนเซ็ปต์ห้องอาหารได้เป็นอย่างดี  
 

 

 

ไม่ว่าจะเป็นการอบ การเผาให้เกรียม และย่างรมควัน แต่ละเทคนิคสามารถสร้างความมหัศจรรย์ให้กับดินเนอร์มื้อค่ำของคุณ รวมไปถึงหอยนางรมคอฟฟินเบย์แกะสด ฟิกออร์แกนิคแสนหวานที่เสิร์ฟพร้อมกับชีสนมแพะจากออสเตรเลีย อีกทั้งยังมีซี่โครงหมูดำย่าง และสเต็กเนื้อทาร์ทาร์ที่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับทุกกระบวนการทำโดยเชฟที่มาบริการถึงที่ “เตาไฟกลางห้องอาหารของเราสามารถสร้างรสชาติที่มีเอกลักษณ์ให้แต่ละเมนูด้วยเสน่ห์ของฟืนและไฟ” เชฟมาร์โคยิ้ม พร้อมกล่าว “เราคัดสรรค์เนื้อคุณภาพเยี่ยมมาเป็นวัตถุดิบในห้องอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเนื้อซี่โครงแกะจากประเทศออสเตรเลีย ไก่ออร์แกนิค และสเต็กเนื้อเกรดพรีเมี่ยมมากมายอย่างเช่น แบล็คแองกัสโทมาฮอว์ก และที่โดดเด่นคือเมนูปลาอาร์คติคชาร์อบเกลือ”  “อีกหนึ่งความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของห้องอาหารคือซอสโฮมเมดทั้งสามตัว ซอสศรีรา-ชาร์, ซอสเบคอนมัสตาร์ด และ ซอสมะเขือเทศเพลเอล ที่จะเพิ่มความอร่อยให้กับเมนูสเต็ก” กล่าวโดยเชฟมาร์โค

 

 



เมนูค๊อกเทลที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อห้องอาหารชาร์โดยเฉพาะจากประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของบาร์เทนเดอร์ชื่อดัง มร.ฟิลิป บิชอฟ ด้วยตำแหน่ง Beverage Ambassador ของเครือโฟร์ซีซั่นส์ ได้ผสมผสานรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบในภาคเหนือของไทยเข้าไว้ในเมนูเครื่องดื่มได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นโรสแมรีรมควันหรือการใช้กลื่นของเปลือกเชอร์รี่ แม้แต่การใช้สัปปะรดภูแลย่างรมควันเพื่อแทรกสอดกลิ่นอายของรสชาติผลไม้เขตร้อนในเครื่องดื่ม 

 

 



เชฟญาณิศา เวียงนนท์ – หัวหน้าเชฟขนมหวาน ได้รังสรรค์เมนูของหวานที่จะเติมเต็มประสบการณ์ในมื้อพิเศษของคุณ ด้วยหลากหลายเมนูอาหารหวานที่ผสมผสานเทคนิคการรมควันและการจุดไฟไว้ให้คุณได้เพลิดเพลิน “โจทย์คือการมองหารสชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ของวุตถุดิบท้องถิ่นไว้ในเมนู” เชฟญาณิศากล่าว และเมนูชีสเค้กที่มี “ข้าวหมาก” เป็นส่วนประกอบ ซึ่งนำมาจากการมักข้าวเหนียวสันป่าตองคือความสำเร็จที่สร้างสรรค์ของเธอ “เมนูที่แนะนำเลยคือ ช็อคโกแลต ออน ไฟร์ (Chocolate on fire) และ เอ็กซ์โซติค บาบา ที่เสิร์ฟพร้อมกับสัปปะรดภูแลของภาคเหนือ รับรองว่ามันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง” เชฟขวัญกล่าว

 

 



ด้วยการมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมนูของห้องอาหารจึงยึดมั่นที่จะสะท้อนสัญญาที่มีต่อแนวปฏิบัติเพื่อความรับผิดชอบและการสนับสนุนชุมชน “ผักที่เราใช้ในห้องอาหารรวมถึงลูกฟิก มะเขือเทศ และพืชสมุนไพรล้วนแล้วแต่มาจากฟาร์มในชุมชนซึ่งไม่ไกลจากรีสอร์ท เราร่วมมือกับเกษตรกร และผู้ผลิตในท้องถิ่นเพื่อนำเอาเนื้อวัวไทยวากิวมาใช้ ทั้งยังคัดสรรค์เนื้อเกรดพรีเมี่ยมจากฟาร์มวัวในประเทศออสเตรเลียที่มีแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนเช่นเดียวกัน” เชฟมาร์โคกล่าว   

 

 



“ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อเสียงมาอันยาวนานในด้านงานฝีมือ เราจึงนำเอาเอกลักษณ์ที่มีคุณค่าเหล่านี้มาเป็นองค์ประกอบที่ห้องอาหารชาร์” กล่าวโดย มร.ยัง ราห์ ผู้อำนวยการแผนกอาหารและเครื่องดื่ม “ไม่ว่าจะเป็นมีดสเต็ก หรือจานชามที่ใช้ในห้องอาหาร ทุกอย่างล้วนเป็นงานฝีมือทั้งสิ้น” ด้วยบรรยากาศและทัศนียภาพที่โอบล้อมไปด้วยท้องนาอันเขียวขจี สระบัวและทิวเขาที่สลับทับซ้อน ทำให้ห้องอาหารชาร์เปรียบเสมือนโรงละครที่นำแสดงโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญและเมนูต่างๆ ซึ่งพร้อมสร้างความประทับใจให้กับคุณ