หนีเที่ยวเขาค้อ ง้อคนรู้ใจ ไปนอนชมวิว ... เช็คอินน์ ฟินกับหมอก

หนีเที่ยวเขาค้อ ง้อคนรู้ใจ ไปนอนชมวิว ... เช็คอินน์ ฟินกับหมอก

หลังจากคลายล็อคจากโควิท ที่ทำให้เราต้องกักตัวอยู่บ้านมาหลายเดือน ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้ปลดปล่อยด้วยการออกเดินทางอีกครั้ง ซึ่งทริปนี้เราจะเปลี่ยนแนวจากที่ชอบเดินทางไปเที่ยวทะเล แต่หน้าฝนแบบนี้ถ้าเรามาขึ้นเขาบ้าง น่าจะมีโอกาสเห็น “ทะเลหมอก” เป็นแน่แท้ จึงตัดสินใจ เลือกไปเที่ยว “เขา” ที่ไม่ใกล้ ไม่ไกลจากกรุงเทพ อย่าง “เขาค้อ” เผื่อจะได้สูดโอโซน พร้อมกับฝนพรำๆ ... ทริปนี้เราเดินทางด้วยการขึ้นเครื่องบิน บินไปลงที่สนามบินพิษณุโลก แล้วค่อยเช่ารถต่อ ขับไปยังเขาค้อ ซึ่งน่าจะสะดวกรวดเร็วที่สุด

 

 

 

แน่นอนว่าเดินทางขึ้นเขาทั้งที เพื่อความสบาย และมั่นใจในความปลอดภัย เราจึงเลือกเช่ารถยนต์ของ AVIS เจ้าประจำที่คุ้นเคย เพราะแทบจะมีสาขาบริการอยู่เกือบทุกสนามบินในประเทศ เพียงแค่ก้าวเท้าออกมาจากสนามบิน เราก็เจอเคาน์เตอร์ตั้งอยู่ข้างหน้าพอดี ใช้เวลาไม่นานก็ได้รับมอบรถออกจากสนามบิน
 

 

 

เมื่อมาถึงพิษณุโลกสิ่งแรกที่เราตั้งใจอย่างยิ่ง สำหรับทริปนี้คือการเข้าไปไหว้พระพุทธชินราช ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ขับรถจากสนามบินมาเพียงแค่ 15 นาที ก็ถึงวัด

 

 

 

พระพุทธชินราช สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1900 ตรงกับรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย พร้อมกับพระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา และพระเหลือ พระพุทธชินราชได้รับการยอมรับว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดองค์หนึ่ง และยังเป็นพระพุทธรูปที่นิยมจำลองกันมากที่สุดในประเทศไทย เมื่อเรากราบไหว้พระพุทธชินราชเสร็จแล้วจึงมุ่งหน้าเดินทางไปยังเขาค้อ ซึ่งใช้เวลาจากพิษณุโลกประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง สำหรับที่สถานที่ท่องเที่ยว และเช็คอินน์ ใหม่ๆ ของเขาค้อ ตอนนี้มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ไปดูกันครับ

 

 

 

At Tree Resort KhaoKho รีสอร์ทสุดหรูตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นข้างล่าง ซึ่งเป็นวิวอ่างเก็บน้ำรัตนัย เรื่อยไปถึงเขตทุ่งแสลงหลวง โอบล้อมด้วยเทือกเขาด้านข้าง ชมความงามได้แบบ 180 องศา และถ้าคืนไหนที่ฝนตก แน่นอนว่าช่วงเช้า คุณมีลุ้นที่จะได้ชม “หมอก” เราแนะนำว่าให้ตื่นขึ้นมาดูตั้งแต่ ตี 5 ครึ่ง อาจจะได้เห็นแสงอาทิตย์ขึ้นอีกด้วย

 


 

เมื่อเข้ามาที่นี่จะเจอล็อบบี้ และร้านอาหารอยู่ด้านหน้า แบบเปิดโล่งรับลมธรรมชาติ At Tree Resort KhaoKho มีห้องพัก 3 แบบ ประกอบด้วย The See เป็นห้องพักที่อยู่บนอาคาร, The Touch และ The Mist จะเป็นวิลล่าที่ตั้งอยู่บนเชิงเขา มีจุดเด่นที่ หลังคาบ้านเสมือนเห็ด ซึ่งเจ้าของรีสอร์ทได้รับแรงบันดาลใจมาจาก หมวกกะโล่จากคนเผ่าม้ง

 

 

 

สำหรับใครที่อยากตื่นขึ้นมาเห็นวิวหมอกยามเช้าชัดๆ จากปลายเตียง แนะนำให้พักโซน The Mist ซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างสุด แถวหน้า (ไม่มีอะไรมากั้น) แต่ควรจองล่วงหน้าหน่อย เพราะช่วงหน้าฝนแบบนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากันเยอะมาก

 

 

Sky Glamper Khao Kho อยู่เลยทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ไปเล็กน้อย ไปเส้นทางขึ้นพระตำหนัก ภายในประกอบด้วยที่พักเป็นเต็นท์หรู มีแบบ dome ให้มองเห็นวิวด้านนอกชัดเจน ไฮไลท์ของที่นี่นอกจากที่พัก และร้านกาแฟแล้ว คือมุมมหาชน สำหรับถ่ายรูปลง IG ที่นิยมกันอย่าง “บันได” ที่ดูให้ความรู้สึกราวกับว่าเรากำลังลอยอยู่ หรือ เดินขึ้นสวรรค์

 

 

 

วิวจาก Khao Kho Sea Viewpoint หรือ จุดชมวิวทะเลหมอกเขาค้อ

 

 

 

วิวจากที่ทำการไปรษณีย์เขาค้อ (ถ้าโชคดีอาจจะเจอหมอก)

 

 

ชมวิวกังหันลม ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ ที่ไร่ GB เขาค้อ ... สำหรับใครที่จะมาชมวิวกังหันลม สามารถแวะชมดอกไม้ได้ เพราะตั้งอยู่บริเวณติดกัน จอดรถที่เดียวและเดินไปถึง แต่ถ้าจะเข้าไปถ่ายรูปข้างในทุ่งดอกไม้ ไร่ GB เค้าจะเก็บค่าเข้าคนละ 10 บาท ภายในมีดอกไม้เมืองหนาว หลากสี หลายสายพันธุ์ แนะนำว่าควรมาช่วงหน้าหนาวจะเห็นดอกไม้ขึ้นสวยมากกว่านี้ จุดเด่นคือชิงช้าม้งสไตล์ชาวเขา ซึ่งเห็นแล้วทำให้นึกถึงบรรยากาศแบบนี้ที่เมืองปาย ที่นี่ยังมีมุมให้ชมวิว และถ่ายรูประยะไกล ได้หลายจุด

 

 

 

แม้ว่าช่วงหน้าฝน จะไม่มีทุ่งดอกคอสมอสบานสะพรั่ง ให้ถ่ายรูป แต่เราก็ไม่พลาดแวะไร่ B.N. Farm เพราะที่นี่นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เหมาะสำหรับแวะซื้อของฝาก อย่างเช่น พันธุ์ไม้เมืองหนาวต่างๆ, ผัก-ผลไม้ สำหรับไร่ บี เอ็น นั้นเริ่มต้นจากการทำสวนลิ้นจี่เป็นอย่างแรก ก่อนที่จะนำพันธุ์ผัก-ผลไม้ต่างๆ มาปลูกเพิ่มอีกหลายชนิด เช่น มะม่วง อโวคาโด พลับ ลำใย น้อยหน่าออสเตรเลีย ปี่แป๊ และในช่วงการรอคอยการเก็บเกี่ยว ไม้ผล ได้ปลูกพืชผักพันธุ์ต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วยเช่น ผักกาดแก้ว แครอท บีทรูธ แรดิช มะเขือม่วง บร็อคโคลี่ แตงกวาญี่ปุ่น นอกจากนี้ที่นี่ยังมีไอศกรีมโฮมเมดทำเองรสชาติต่างๆ ให้เลือกทานอีกด้วย

 

 

 

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว หรือ วัดพระธาตุผาแก้ว นี้ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งที่เรียกกันว่า "ผาซ่อนแก้ว" นั้นเนื่องจากมีภูเขาสูงใหญ่ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขา มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา มีชาวบ้านหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตามๆ กันว่า "ผาซ่อนแก้ว" สำหรับการตกแต่งรอบๆ วัดประดับประดาด้วยกระจกหลากสีสัน ไปจนกระทั่งถึงเจดีย์ ใกล้ๆกันยังมีมหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเพื่อเป็นการร่วมน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหาวโรกาสเฉลิมฉลองพระชนม์มายุ ๘๕ พรรษา ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่นี่จึงเป็นจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวแวะมาไหว้สักการะ พร้อมถ่ายรูปกับวิวเขาท่ามกลางหมอกยามเช้า

 

 

 

เลยมาจากวัดพระธาตุผ่าซ่อนแก้วประมาณ 200 เมตร จะเจอร้านเล็กๆ ที่คนไม่พลุกพล่านอย่าง The Barn Chocolate Cheese Bar n Grill คาเฟ่ที่วิวดีที่สุดของเขาค้อ เพราะตั้งอยู่มุมสูงมีเทือกเขาโอบล้อมอยู่ด้านข้าง นั่งจิบเครื่องดื่มไป พร้อมชมวิวเขาอยู่เบื้องหน้า และมักจะมีหมอกลอยอยู่บนยอดเขาให้เราเห็นในบางเวลา ร้านนี้เค้าดังเรื่องของช็อคโกแล็ต (ตามชื่อร้าน) จึงแนะนำให้ลองชิมบราวนี่ หรือ ดื่มช็อคโกแล็ต ด้วย

 

 

 

นอกจากนี้ด้านล่างของร้าน ยังมี A Moment of Love Resort เต็นท์ที่พักหรู รองรับแขก ได้ทั้งมาเป็นคู่ และครอบครัวอีกด้วย จุดเด่นของรีสอร์ทคือ มีตาข่ายขึงหน้าเต็นท์ของลูกค้าทุกหลัง ให้นอนเล่น จึงเป็นมุมยอดฮิตที่แขกโรงแรมชอบตื่นมาถ่ายรูป พร้อมกับคลุมผาห่มในช่วงเช้า ถ้าที่สนใจมาพักที่นี่ แนะนำว่าให้ติดต่อจองล่วงหน้าจะดีกว่า 

 

สำหรับใครที่บ่น ไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ในช่วงหน้าฝน ภูเขาจึงเป็นอีกทางเลือกนึงที่น่าสนใจ ให้ลุ้นกันว่า ไปแล้วจะได้เจอหมอกใน Green Season นี้หรือไม่ และปัจจุบันการมาเที่ยวเขาค้อ ก็เดินทางง่ายขึ้น หากคุณมีเวลาหยุดจำกัดสามารถบินตรงไปลงพิษณุโลก แล้วเช่ารถขับต่ออีกหน่อย ก็ช่วยประหยัดเวลา และสบายกายไปได้เยอะ ... ขอขอบคุณ AVIS Thailand ที่สนับสนุน และให้บริการรถเช่าตลอดการเดินทาง www.AvisThailand.com และโรงแรม At Tree Resort KhaoKho รีสอร์ทหรูบนยอดเขาวิว 180 องศา www.attreeresort.com