ชม RIB ROOM AND BAR โฉมใหม่ สเต็กเฮ้าส์ ร่วมสมัย โมเดิร์นเทรนดี้ สูงสุด โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ

ชม RIB ROOM AND BAR โฉมใหม่ สเต็กเฮ้าส์ ร่วมสมัย โมเดิร์นเทรนดี้ สูงสุด โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ

ได้ยินมาว่า “ริบรูม แอนด์ บาร์ สเต็กเฮ้าส์” ห้องอาหารสุดหรูบนชั้น 31 ของโรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ ย่านนานา กลับมาเปิดให้บริการใหม่อีกครั้ง ด้วยการออกแบบรูปโฉมใหม่ เราจึงกลับมาเยี่ยมชมพร้อมชิมเมนูเด็ดอย่างเนื้อสเต็กซึ่งขึ้นชื่อของที่นี่ เพราะมีเนื้อหลากหลายให้เลือกมากมาย

 

 

 

สมัยก่อน roof top ในกรุงเทพมีไม่มากขนาดนี้ จึงมีเพียงไม่กี่ที่ ซึ่งจะเป็นตัวเลือกหนึ่งให้เราตัดสินใจมาทานอาหารแนว fine dining เพราะส่วนใหญ่ภัตตาคารอาหารฝรั่งที่เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่ม มักจะอยู่ชั่นล่างของโรงแรม Rib Room and Bar จึงการันตีได้ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนาน พร้อมด้วยเอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ อย่าง ฟิลิปป์ โกดัล ซึ่งเป็นหนึ่งในทีม Chef’s Charity และมีโอกาสได้ปรุงพระกระยาหารถวายพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ รวมถึงได้มิชลินเพลท จึงยืนยันถึงความชำนาญด้านการปรุงอาหาร รับประกันคุณภาพความอร่อยทุกเมนู

 

 

เราจึงมั่นใจในรสชาติอาหารของที่นี่ เดิมทีอยู่แล้ว แต่วันนี้ที่เพิ่มเติมคือ บรรยากาศ เพราะก่อนถึงโซนร้านอาหาร เราต้องเดินผ่านในส่วนของ “เดอะ บาร์” ซึ่งอยู่หลังประตูทางเข้าห้อง ได้ถูกปรับโฉมให้เป็นบาร์สไตล์เทรนดี้ผสมโมเดิร์น โดดเด่นด้วยแชนเดอเลียร์สุดหรู ที่นำมาเป็นไฮไลท์ในตกแต่งภายใน พร้อมระบบไฟเติมแต่งสีสันยามราตรีให้มีชีวิตชีวา เห็นแล้วนึกถึง MV เพลงแนว Hip Hop - R&B สำหรับ The Bar ยังมีส่วนของบาร์ด้านนอกที่ให้ลูกค้าได้นั่งผ่อนคลายชมวิว อีกทั้งยังมีบริการห้องสูบซิกก้า และ Wine Cellar ซึ่งรวบรวมไวน์ชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกอยู่ภายในโซนนี้อีกด้วย

 

 

 

หลังจากจิบเครื่องดื่มเบาๆอย่าง BREAKING BAD - Cocktail ไปแล้ว เราจึงเข้าไปในโซนของ “ห้องอาหารริบรูม” ซึ่งได้รับการตกแต่ง ในสไตล์ร่วมสมัย ล้อมรอบด้วย กระจกสูงโปร่ง เพื่อให้สัมผัสทัศนียภาพของมหานครกรุงเทพ ภายในกว้างขวาง โปร่งสบาย เน้นโทนสีแดง และสีทองแดงในการตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์เน้นลวดลายแบบเรียบหรู แต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัยหลากหลายสไตล์ สามารถรองรับลูกค้าผู้มาใช้บริการได้สูงสุด 80 ที่นั่ง
 

 

 

สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัวสามารถเลือกใช้ บริการห้องไพรเวทรูม (Private Room) ที่สามารถจุได้ 12 ที่นั่ง และในส่วนของเชฟเทเบิล (Chef’s Table) พื้นที่ส่วนตัวที่ตระเตรียมไว้รับรองลูกค้าวีไอพีให้ได้ใกล้ชิดกับเชฟอย่างเป็นกันเองในระหว่างรับประทานอาหาร ท่ามกลางพื้นที่ครัวแบบเปิด (Open Kitchen) โทนสีแดงเฟอร์รารี่ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ที่ลูกค้าสามารถมองเห็นบรรยากาศการทำอาหารได้

 



 

STARTERS : CLASSIC CRAB CAKE Shaved Pickled and Raw Vegetable Salad and Duo Sauce

 

 

PÂTÉ EN CROÛTE “PERIGORD” Duck, Truffle and Foie Gras with Homemade Pickles

 

 

MAIN COURSES : TOURNEDOS ROSSINI Australian Tenderloin, Pan-Fried Duck Liver on Anna Potato served with Truffle and Madeira Sauce

 

 

SEAFOOD PLATTER : River Prawn, Half Maine Lobster, Baked Scallop, Grilled Sea Snail and Tiger Prawn

 

 

DESSERTS : CHOCOLATE SENSATION Dark Chocolate Fondant and White Chocolate Ice Cream

 

 

 

สำหรับเมนูดังกล่าวเป็นเมนูแนะนำ หรือ signature ของร้านที่บริการตลอดทั้งปี แต่พิเศษสุดสำหรับ วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อฉลองค่ำคืนแห่งความรัก ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก พร้อมดื่มด่ำกับอาหาร 5 คอร์ส มื้อค่ำ ที่รังสรรค์โดย เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ ฟิลิปป์ โกดัล (Executive Chef Philippe Gaudal) ในราคา 5,999 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน รวมเครื่องดื่มค็อกเทล “Valentine” 2 แก้ว ที่ Rib Room and Bar สเต็กเฮ้าส์ ชั้น 31 โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.0- 2254 0404 ต่อ 7777 หรือ Line:@thelandmarkbangkok (ปกติเปิดบริการ วันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา: 17.30 – 22.00 น.)