OMEGA Her Time เรื่องราวของกาลเวลา และแฟชั่นแห่งเรือนเวลา

OMEGA Her Time เรื่องราวของกาลเวลา และแฟชั่นแห่งเรือนเวลา

 

ในปี 2017 นี้ โอเมก้า (OMEGA) เฉลิมฉลองเรื่องราวสุดพิเศษของเหล่าสุภาพสตรีและเรือนเวลาอันน่ามหัศจรรย์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติ สไตล์ และบุคลิกอันหลากหลายของผู้หญิงทั่วโลก ในแต่ละยุคสมัยจวบจนปัจจุบัน และวิธีที่โอเมก้าสามารถเชื่อมโยงกับผู้หญิงเหล่านั้น

 

 



ศตวรรษที่ 20 เป็นยุคแห่งสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของสตรี จึงเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงค้นพบจุดยืน และบทบาท อีกทั้งการมีสิทธิมีเสียงของตัวเองในสังคม ขณะเดียวกันก็เกิดการปฏิวัติครั้งใหม่ในโลกของนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรี ด้วยการปรากฏโฉมของนาฬิกาข้อมือสำหรับผู้หญิงเรือนแรกของโอเมก้า ในตัวเรือนสีเงินตกแต่งด้วยงานออกแบบลายดอกไม้อย่างประณีต ถึงแม้แบรนด์จะเคยนำเสนอนาฬิกาพกที่แกะสลักอย่างงดงามมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ปี 1902 คือช่วงเวลาที่นาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีของโอเมก้า ได้รับการยอมรับและเป็นตัวแทนของการมีสไตล์ที่โดดเด่นชัดเจน อย่างไรก็ดีแนวคิดเรื่องเครื่องบอกเวลายังคงต้องการเวลาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ เพราะในบางสังคมยังเชื่อว่าการที่ผู้หญิงมองนาฬิกาถือเป็นเรื่องไม่สุภาพ เพราะเหมือนเธอกำลังส่งสัญญาณให้เห็น ถึงความเบื่อหน่ายหรือความไม่สนใจ ดังนั้นโอเมก้าจึงเริ่มผลิต secret jewelry watch (นาฬิกาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องประดับ) ซึ่งก็คือเรือนเวลาที่เปรียบเสมือนเครื่องประดับเมื่อมองจากภายนอกแต่ซ่อนนาฬิกาขนาดเล็กไว้ด้านใน ความนิยมของเครื่องบอกเวลาเหล่านี้ได้เติบโตขึ้น พร้อมๆกับงานออกแบบที่คลาสสิคอื่นๆของแบรนด์เช่นกัน


 



โฆษณาของโอเมก้าในยุคสมัยนั้นมีความทันสมัยและไม่เฉพาะเจาะจงไปที่เพศใดเพศหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่หลากหลายของผู้หญิงในทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ที่บ้าน หรือเมื่อพวกเธอออกไปสังสรรค์ จนถึงยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในช่วงปี 1950 ในขณะที่หลายๆแบรนด์ยังคงเล่นอยู่กับแบบแผนเดิมๆ แต่โอเมก้ากลับเลือกแสดงให้เห็นถึงปัจเจกภาพและรสนิยมทางสไตล์ที่ทำให้ผู้หญิงแต่ละคนมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อย่างการใช้คนดังอย่าง Marilyn Monroe และ Audrey Hepburn เพื่อสื่อความหมายถึงความสง่างามและตัวตนอันชัดเจน

 

 



ต่อมาเมื่อ ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด (Cindy Crawford) ซุปเปอร์โมเดลระดับโลกและนักมนุษยธรรม ได้เข้ามาเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์คนแรกของแบรนด์ในปี 1995 จึงเป็นการเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ที่โอเมก้าสานความสัมพันธ์อันดีกับเหล่าสุภาพสตรีผู้มีตัวตนอันชัดเจนโดดเด่นและประสบความสำเร็จที่สุดในยุคนั้น ซินดี้ ครอว์ฟอร์ดถือเป็นผู้ที่อยู่ในครอบครัวโอเมก้ายาวนานที่สุดจวบจนปัจจุบัน แรกเริ่มเธอถูกเลือกให้เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ด้วยความโดดเด่นมีสไตล์ทางด้านแฟชั่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันกลับชัดเจนว่าเธอได้ยึดถือในปรัชญาเดียวกันกับโอเมก้าคือ การยึดมั่นในความงาม คุณภาพอันเป็นเลิศ ความเชื่อถือได้ และงานฝีมือชั้นสูงที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซินดี้ผู้ซึ่งทำทุกอย่างด้วยความหลงใหลและมุ่งมั่นทุ่มเทเสมอมา ไม่เพียงแต่เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญโฆษณาของแบรนด์ แต่ยังมีส่วนร่วมในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโอเมก้าอีกด้วย

 

 



ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด กล่าวว่า "มันเป็นการเดินทางอันน่ามหัศจรรย์และประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นตลอดเวลาที่ผ่านมาในครอบครัวโอเมก้า ตอนที่ฉันเริ่มต้นร่วมงานกับแบรนด์ในปี 1995 โอเมก้ามีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะผู้ผลิตเรือนเวลามายาวนาน โดยเฉพาะเรือนเวลาสปอร์ต เรือนเวลาดำน้ำ และที่สำคัญที่สุดคือการเป็นจักรกลเวลาที่ถูกสวมใส่บนห้วงอวกาศและการเดินทางไปเหยียบดวงจันทร์ทุกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นโลกของสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง ต่อมาฉันได้มีส่วนร่วมตั้งแต่แรกเริ่มในการออกความเห็นเกี่ยวกับดีไซน์ของเรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีอย่างรุ่น Constellation และฉันก็ภูมิใจมากที่ปัจจุบันนี้โอเมก้านับได้ว่าเป็นแบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นเลิศที่มีความทันสมัย และโดดเด่นในโลกแห่งวงการแฟชั่นเช่นกัน" นับจากนั้นเป็นต้นมา เหล่าคนดังจากหลากหลายวงการทั้งภาพยนตร์ กีฬา และนางแบบได้มาร่วมเป็นส่วนสำคัญของครอบครัวของโอเมก้าจนถึงปัจจุบัน อาทิเช่น นักแสดงสาว Nicole Kidman นักกอล์ฟหญิง Stacy Lewis และนักกรีฑาสาว Jessica Ennis-Hill เป็นต้น

 

 

 

และในปีนี้ โอเมก้าถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดตัวและต้อนรับ ไคอา และ เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ (Kaia and Presley Gerber) ลูกสาวและลูกชายของซินดี้ ครอว์ฟอร์ด เป็นหนึ่งในแบรนด์ แอมบาสเดอร์และครอบครัวของโอเมก้า เพราะหลังจากลูกๆของเธอได้เข้ามาสัมผัสกับโลกแห่งโอเมก้าและร่วมแชร์ประสบการณ์ต่างๆไปด้วยกัน มันจึงชัดเจนว่าความมุ่งมั่นทุ่มเทที่ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด มีต่อแบรนด์ได้ถ่ายทอดไปสู่ลูกๆของเธอโดยปริยายเช่นกัน ไคอา และ เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ นับได้ว่าเป็นเลือดใหม่ในวงการที่มีความสามารถและตัวตนที่ชัดเจน ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความมีชีวิตชีวา ถือเป็นตัวแทนของเหล่าคนรักนาฬิกาเจเนอเรชั่นใหม่ ทั้งสองคนพิสูจน์ตัวเองได้เป็นอย่างดีในการเป็น rising stars ของวงการ โดยเฉพาะในโลกแห่งแฟชั่น และไม่ว่าจะอยู่ในช่วงทศวรรษใด โอเมก้ายังคงก้าวเดินไปพร้อมๆกับทัศนคติและความชอบที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้หญิงแต่ละยุคสมัย เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่แน่นอนว่าโอเมก้าจะยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีทุกเรือนให้มีความแม่นยำ มีสไตล์ที่โดดเด่น และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทุกคนที่สวมใส่นาฬิกาเหล่านั้น ดังเช่น 10 เรือนเวลาระดับตำนานสำหรับสุภาพสตรีของโอเมก้าเหล่านี้ อาทิ


 

 

Omega ladies' wristwatch (1906) นาฬิกาข้อมือเรือนนี้ดัดแปลงมาจากนาฬิกาจี้ห้อยคอ Lépine ที่ผลิตจากทองคำสีแดง 18 กะรัต (แสดงเวลา 12 นาฬิกาอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา) และเป็นหนึ่งในนาฬิกาข้อมือเรือนแรกๆที่โอเมก้าผลิตขึ้น โดดเด่นด้วยหน้าปัดหินฟลักซ์สีไอเวอรี่ รางนาทีที่เปล่งประกายจากทอง และเข็มที่มีรายละเอียดของยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 15


 

 

Omega Lépine Pendant Art nouveau (1910) ความพิเศษของนาฬิกาจี้ Lépine สำหรับสุภาพสตรีเรือนนี้อยู่ที่เลขอารบิกสไตล์ปารีสและเข็มทรงลูกแพร ฝาหลังงดงามด้วยงานเคลือบอีนาเมลโปร่งแสงสีฟ้า และตาข่ายทองคำขาวประดับด้วยเพชร 16 เม็ดอย่างประณีต

 

 

 



Omega Art Déco jewelry wristwatch (1940) นาฬิกาเรือนนี้เป็นตัวแทนที่ยอดเยี่ยมของสไตล์ Art Deco ที่มีอิทธิพลต่อโลกแห่งแฟชั่นในยุคนั้น โดดเด่นด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามแบบฉบับของยุค ตัวเรือนผลิตจากแพลตินั่มประดับตกแต่งด้วยเพชรและแซฟไฟร์สีน้ำเงิน

 

 

 

A very rare Omega jewelry wristwatch model produced for the French Market (1946) นาฬิกาข้อมือประดับอัญมณีรุ่นหายากที่ผลิตขึ้นสำหรับตลาดประเทศฝรั่งเศสรุ่นนี้ผลิตจากทองคำ  สีแดง 18 กะรัต เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ผสานกับสร้อยข้อมือทูโบกาส (Tubogas) ที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งภายหลังเป็นที่นิยมใช้ในหลายแบรนด์ นาฬิกาเรือนนี้ยังถูกนำไปใช้ในผลงานโฆษณาโดยศิลปินชื่อดังอย่าง René Gruau อีกด้วย

 
 

 

Omega Ladymatic (1955) นาฬิกาเรือนนี้ถือเป็นการปฏิวัติทางสไตล์ของผู้หญิง เพราะ Ladymatic สอดประสานความงามเข้ากับเทคโนโลยีชั้นสูงได้อย่างลงตัว นี่จึงเป็นเรือนเวลาที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่นิยมอย่างมากตั้งแต่เริ่มเปิดตัว และด้วยกลไกอัตโนมัติพร้อมโรเตอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ทำให้ Ladymatic นำความสง่างามและความอ่อนหวานที่ทันสมัยมาสู่การผลิตนาฬิกาสำหรับผู้หญิง

 

 

 

Omega Topaz jewelry secret watch created for the Montres et Bijoux catalogue and exhibition (1956) เรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์เรือนนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดย Jean Hauck of Geneva สำหรับ Montres et Bijoux catalogue and exhibition นาฬิกาเรือนนี้ตกแต่งด้วยบุษราคัมสีส้มตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กจำนวน 21 เม็ด เรียงเป็นรูปพัดอยู่ล้อมรอบตัวเรือน และประดับเพชรน้ำงาม 31 เม็ด ที่ฝาครอบหน้าปัดและห่วง


 

 

Omega Moldavita (1964) Moldavita เป็นเรือนเวลาที่ออกแบบโดยนักออกแบบเครื่องประดับชื่อดัง Gilbert Albert สำหรับงาน New York World's Fair เครื่องบอกเวลาอันทรงเกียรติเรือนนี้ประกอบขึ้นจากโมลดาไวท์ (Moldavite) อัญมณีหายากสีเขียวใสที่เกิดขึ้นจากก้อนอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ตกลงมาบนพื้นโลก เสริมด้วยกลไกอัตโนมัติที่มีขนาดเล็กที่สุด แพลตินั่ม และทองคำ 18 กะรัต

 

 



Omega De Ville Jeux d'Or (1972) นาฬิกาข้อมือตัวเรือนทองคำ 18 กะรัตเรือนนี้ถูกให้คำจำกัดความไว้ว่า “เรือนเวลาที่ผสมผสานสร้อยข้อมือทองคำลายคลื่นเข้ากับตัวเรือนสี่เหลี่ยมผืนผ้า และหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์รูปทรงเหมือนมรกตได้อย่างสมบูรณ์แบบ”



 

Omega Constellation Star (1992) เรือนเวลาทองคำ 18 กะรัตนี้มาพร้อมพื้นหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยจุดสีทองกระจายตัวงดงามดั่งห้วงจักรวาล เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับเพชรเม็ดเดี่ยวซึ่งจะถูกวางในตำแหน่งที่ลูกค้าต้องการ ประหนึ่งเป็นดวงดาวระยิบระยับบนฟากฟ้า นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถตั้งชื่อดวงดาวของพวกเธอเองได้ โดยชื่อนั้นจะถูกสลักไว้ที่ฝาหลัง


 

 

Omega new Ladymatic (2010) นี่เป็นการนำเรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสู่ยุคใหม่ สำหรับ เลดี้เมติก (Ladymatic) รุ่นใหม่นี้ แบรนด์ได้ผสมผสานงานออกแบบอันเป็นนิรันดร์เข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย คุณลักษณะที่ถูกเพิ่มเข้าไปเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่คือ กลไกโค-แอ๊กเซียล (Co-Axial) อีกทั้งหน้าปัด ขอบตัวเรือน และเข็มแสดงเวลาซึ่งถูกออกแบบใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น  นอกจากนั้นในปีนี้ โอเมก้ายังนำเสนอเรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีประจำปี 2017 อีกหลาก หลายรุ่น อาทิ

 

 



Constellation เรือนนี้มาพร้อมตัวเรือนขนาด 27 มม. ที่ผสมผสานสแตนเลส สตีลสุดคลาสสิคเข้ากับทองคำ 18 กะรัต เสริมด้วยหน้าปัดเงินโอปอลีนสีขาวที่ มีลวดลายคล้ายผ้าไหมอันประณีต ส่วนหัวใจที่ขับเคลื่อนอยู่ภายในนาฬิกาคือกลไก Master Chronometer calibre 8700 ของโอเมก้า


 

 



Seamaster Aqua Terra โดดเด่นในตัวเรือน Sedna Gold (เซ็ดน่า โกลด์) 18 กะรัตและสายหนังสีน้ำตาลอ่อน (taupe-brown) Seamaster Aqua Terra ขนาด 38 มิลลิเมตรเรือนนี้ขับเคลื่อนโดยกลไก Master Chronometer calibre 8801 ของโอเมก้า สมบูรณ์แบบด้วยขอบตัวเรือนขัดเงาประดับเพชรล้อมรอบ และพื้นหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาว

 

 

 

Speedmaster ขนาด 38 มิลลิเมตรใหม่นี้มาในตัวเรือนและขอบตัวเรือนสแตนเลส สตีล และมีสเกลทาคีมิเตอร์บนวงแหวนเซรามิกสีขาว เรียบหรูดูดีด้วยหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาวที่มาพร้อม 2 หน้า ปัดย่อยรูปไข่แนวนอนประดับเพชร และมีช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

 


 


De Ville Trésor เรือนนี้งามสง่าด้วยหน้าปัดเปลือกหอยมุกทรงโดมสีขาวและเข็มทองคำ 18 กะรัตขัดเงา ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต ขนาด 40 มิลลิเมตร พร้อมขอบตัวเรือนประดับเพชร ถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ด้วยสายหนังสีขาวและตัวล็อคสายขัดเงา ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้