PIAGET ALTIPLANO ULTIMATE CONCEPT จากความท้าทายในห้องปฏิบัติการ สู่นาฬิการะบบกลไกบางที่สุดในโลก

PIAGET ALTIPLANO ULTIMATE CONCEPT จากความท้าทายในห้องปฏิบัติการ สู่นาฬิการะบบกลไกบางที่สุดในโลก

ย้อนกลับไปปี 1957 เพียเจต์ก้าวสู่โลกแห่งการปฏิวัติเรือนเวลาด้วยการเปิดตัวนาฬิกาดีไซน์บางเฉียบขึ้น ก่อนพัฒนาออกมาอีกหลายรุ่นจนกลายเป็นนาฬิการะบบกลไกที่บางที่สุดในโลก ณ ช่วงเวลานั้นๆ อาทิ 900P ปี 2014 (3.65 มิลลิเมตร) และ 910P ปี 2018 (4.3 มิลลิเมตร) โดยหลอมรวม 3 พาร์ทสำคัญอย่าง ตัวเรือน ฝาหลัง และ เมนเพลท เป็นชิ้นเดียว เพื่อตอกย้ำดีเอ็นเอของ "อัลติพลาโน อัลติเมท คอนเซ็ปต์" และแนวคิดอันแสนขบถของแบรนด์ เพียเจต์ออกเดินทางสู่ความท้าทายครั้งใหม่ ด้วยการสร้างสถิติความเพรียวบางอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ด้วยความหนาของตัวเรือนเพียง 2 มิลลิเมตร หรือเทียบเท่าความหนาของบัตรเครดิตที่วางซ้อนกันเพียง 2 ชั้นเท่านั้น มาพร้อมกลไกไขลานด้วยมือ Piaget 900P-UC ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนถูกพัฒนาและสร้างสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Piaget’s Research and Innovation division

 

เริ่มจากการปรับโครงสร้างตัวเรือน เพื่อให้ฝาหลังทำหน้าที่เป็นฐานรองรับกลไกไปในตัว รังสรรค์ด้วยวัสดุใหม่อย่าง โคบอลต์ผสมอัลลอยด์ที่ถูกพัฒนาให้แข็ง และทนทานมากกว่าทองคำถึง 2.3 เท่า ส่งผลให้ตัวเรือนไม่โค้งงอแม้จะมีความบางอย่างสุดขั้วก็ตาม ขณะที่ชิ้นส่วนอื่นๆ ถูกปรับขนาดให้รับกับความบางในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็น จักร หรือ wheels ที่วัดความหนาได้เพียง 0.12 มิลลิเมตร, กระจกหน้าปัดที่ถูกลดทอนความหนาออกถึง 80 เปอร์เซนต์ จากเกณฑ์มาตรฐานหนาราว 1 มิลลิเมตร เหลือเพียง 0.2 มิลลิเมตร เท่านั้น

กระปุกลาน หรือ mainspring barrel ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด และถึงแม้จะไม่มี cover หรือ drum ตามแบบเรือนเวลาทั่วไป แต่ก็ติดตั้งไว้กับ Ball-bearing ที่เชื่อมไว้กับเฟรมของนาฬิกา ส่งผลให้กลไกมีกำลังลานสำรองนาน 40 ชั่วโมง, เม็ดมะยมระบบ “telescopic” ในดีไซน์ Flat ที่ราบเป็นระดับเดียวกับตัวเรือน โดยทำงานร่วมกับ “infinite screw” แทนเม็ดมะยมแบบดั้งเดิม ซึ่งจากการปฏิวัติโครงสร้างครั้งนี้ ส่งผลให้การปกป้องเม็ดมะยม และระบบป้องกันการหยุดของกลไกแบบไม่พึงประสงค์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

 

2 มิลลิเมตร ... ความบางอันเหลือเชื่อของ "อัลติพลาโน อัลติเมท คอนเซ็ปต์" ที่ภายในซุกซ่อนชิ้นส่วนไว้ถึง 167 ชิ้นด้วยกัน โดยเกือบทั้งหมดถูกปรับขนาดลงเพื่อสร้างสถิติความบางแบบสุดขั้วให้สำเร็จ แน่นอนว่า ชิ้นส่วนเล็กๆ เหล่านี้คือความท้าทายที่แบรนด์ตั้งใจนำเสนอ แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการตัดสินใจในแต่ละขั้น เพราะหากผิดพลาดเพียงน้อยนิด ก็อาจนำมาซึ่งความเสียหายอันใหญ่หลวงได้ แต่ทีมช่างศิลป์ของแบรนด์ก็ทำได้สำเร็จ ไม่เพียงแค่ขัดแต่ง "กลไก" ด้วยลายรัศมีพระอาทิตย์ และขัดเงาแบบซาตินเท่านั้น เพราะแม้แต่ "บริดจ์" ก็ยังถูกลบมุมและขัดแต่งอย่างงดงามเช่นกัน ปิดท้ายด้วยการเคลือบพีวีดีลงบนกลไกที่ช่วยเพิ่มความสะดุดตา ทั้งยังเข้ากันได้ดีกับตัวเรือนอีกด้วย

 

เพื่อสร้างสถิติความบางอันเหลือเชื่อ แบรนด์ยังเลือกใช้สายรัดข้อมือชนิดบางพิเศษ รังสรรค์จาก 2 วัสดุ ได้แก่ สายหนังจระเข้ และ สายถักสีน้ำเงิน ซึ่งด้านในบุด้วยหนังลูกวัว และ Kevlar เส้นใยไฟเบอร์ที่สังเคราะห์ขึ้นมาทำให้มีโครงสร้างที่แข็งแรงเป็นพิเศษ เข้าคู่กับหัวสายนาฬิกาทำจากโคบอลต์ และตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตรได้อย่างลงตัว

 

 

 

Bespoke หรือ การปรับแต่งเรือนเวลาในแบบฉบับของตัวเอง ถือเป็นหนึ่งคีย์หลักที่แบรนด์ระดับลักชัวรี่ให้ความสนใจ อย่างเพียเจต์เองก็มีนวัตกรรมที่เรียกว่า "Style Selector" ที่เป็นที่รู้จักมากว่า 50 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกที่เพียเจต์ บูติค นิวยอร์ก โดยวัตถุประสงค์ ณ ขณะนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดาลูกค้าสามารถปรับแต่งเรือนเวลาได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น การเลือกรูปแบบของตัวเรือน วัสดุที่นำมาทำเป็นหน้าปัด และสายรัดข้อมือ ไปจนถึงขนาดของอัญมณีที่นำมาประดับ ดังผลลัพธ์ที่ปรากฏบนเรือนเวลา "อัลติพลาโน อัลติเมท คอนเซ็ปต์" ที่ลูกค้าเลือกปรับแต่งสีสันของบริดจ์และหน้าปัด, ขัดแต่งเข็มนาทีและเมนเพลท รวมถึงเลือกสายนาฬิกาที่เข้ากับสไตล์ของตนเอง เรียกได้ว่าสามารถปรับเปลี่ยนลูกเล่นได้มากกว่า 10,000 สไตล์ โอกาสที่จะซ้ำกับคนอื่นจึงแทบจะไม่มีเลยทีเดียว

ไม่นานมานี้ สุนทรียศาสตร์อันเย้ายวนใจของเรือนเวลา ทั้งในเรื่องความบาง และโค้งเว้าถูกหลายแบรนด์นำมาปัดฝุ่นใหม่จนเป็นที่ถูกใจเหล่านักสะสมอย่างมาก แต่สำหรับเพียเจต์ ... แบรนด์กลับคงความเหนียวแน่นในการรังสรรค์เรือนเวลาที่มีความเพรียวบางเป็นพิเศษเรื่อยมา นับตั้งแต่เปิดตัวกลไก 9P ในปี 1957 นอกจาก "อัลติพลาโน อัลติเมท คอนเซ็ปต์" จะทำหน้าที่สืบสานประเพณีอันเก่าแก่ของเมซงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ยังเป็นที่จับตามองของเหล่าวอทช์ เลิฟเวอร์ด้วยว่า ทิศทางของเรือนเวลาที่แบรนด์จะรังสรรค์รุ่นต่อไปจะเป็นเช่นไร แม้จะยังไม่รู้คำตอบ แต่ที่แน่ๆ มันคือคำถามแห่งอนาคต ที่รอให้ทุกคนมาพิสูจน์พร้อมกัน

 

 

สัมผัสเรือนเวลา และเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678