Sixième Sens par Cartier เปล่งประกายจิตวิญญาณล้ำค่าแห่งเครื่องประดับชั้นสูง เร้าห้วงอารมณ์ที่ไม่เหมือนใคร

Sixième Sens par Cartier เปล่งประกายจิตวิญญาณล้ำค่าแห่งเครื่องประดับชั้นสูง เร้าห้วงอารมณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ซิกเซียม ซองส์ ปาร์ คาร์เทียร์ (Sixième Sens par Cartier) ไฮจิลเวอรี่คอลเลคชั่นใหม่จากคาร์เทียร์ แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศส นำเสนอคอลเลคชั่นที่เปรียบดั่งงานศิลปะ พ่วงพลังแห่งอารมณ์มากเอกลักษณ์ และความอัศจรรย์แกมประหลาดใจจนไม่อาจละสายตา ดื่มด่ำสู่อีกมิติหนึ่งของอัญมณีล้ำค่าที่มีอายุยาวนานนับพันปี ปลุกเร้าชีวาแห่งห้วงอารมณ์ที่เด่นชัดไร้ขีดจำกัด ด้วยการตีความผ่านท่วงท่าอันสง่างามของสัตว์ตระกูลเสือและเนื้อสัมผัสตามธรรมชาติ เมื่อโดนแสงตกระทบ...อัญมณีจึงยิ่งเปล่งประกายระยิบระยับ ขณะที่หินล้ำค่ามอบสีสันดุจผลไม้สุกฉ่ำ ชวนให้ระลึกถึงกลิ่นหอมหวานของแดนสวรรค์อันไกลโพ้น



 

ซิกเซียม ซองส์ ปาร์ คาร์เทียร์ (Sixième Sens par Cartier) ใช้เทคนิคศิลปะเชิง 3 มิติหรือทรอมพลุยล์ (trompe-l’oeil) และโครงสร้างแบบกราฟฟิก อีกทั้งภาพลวงตาซึ่งมอบพลังในการปลุกเร้าความรู้สึก เป็นองค์ประกอบที่เล่นกับแรงโน้มถ่วงของโลกเพื่อพลิกแพลงความเป็นจริงให้สุกสว่างเหนือจินตนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้สัมผัสกับแสงที่ตกกระทบบนผิวกายขณะสวมใส่ เหล่าอัญมณีจึงกลับฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง คอลเลคชั่นไฮจิลเวอรี่ ซิกเซียม ซองส์ ปาร์ คาร์เทียร์ (Sixième Sens par Cartier) จากเมซงคาร์เทียร์ พร้อมท้าทายทุกโสตสัมผัส นำพาคุณไปสู่โลกที่ซึ่งทุกประสาทสัมผัสตื่นเร้าและถูกปลุกให้มีชีวิต รวมไปถึงสัมผัสที่ 6 ด้วย ทั้งหมดทั้งมวลคือการมอบประสบการณ์แห่งห้วงอารมณ์ครั้งใหม่ที่จะตราตรึงอยู่ในใจคุณ

 

 

 

แหวนฟาน (Phaan Ring) คุณจะทวีความงดงามให้กับทับทิม 8.20 กะรัตอย่างไรอีก ในเมื่อมันช่างพิเศษกว่าใครอยู่แล้ว เบื้องหลังการการออกแบบตัวเรือนของแหวนวงนี้คือโครงสร้างที่ลดหลั่นกันเพื่อทำให้สามารถฝังเพชรทรงเหลี่ยมกุหลาบ (rose-cut diamond) ขนาด 4.01 กะรัตลงไปใต้ทับทิมเม็ดหลักบนตัวเรือนได้โดยตรง เมื่อแสงสาดส่องเหล่าเพชรเม็ดงามพาดผ่านทับทิมแวววาว ประกายสีแดงที่ซ่อนอยู่จะส่องสว่างแพรวพราวขึ้นมาอย่างสะดุดตา โครงสร้างตัวเรือนที่ประดับเพชรทรงสามเหลี่ยมรายรอบยังทำให้แหวนวงนี้ดูไม่หนักจนเกินไป อีกทั้งทับทิมทรงกลมและเพชรโดยรอบที่โอบรับทับทิมบริเวณกลางตัวเรือน ยังถูกจัดวางให้เปิดรับแสงเพื่อช่วยขับเน้นสีสันของทับทิมให้ยิ่งเปล่งประกาย

 

 

 

สร้อยคอแมร์รีด (Meride Necklace) จุดเด่นของสร้อยเส้นนี้คือความหมดจดของลายหมากรุก โดดเด่นสะดุดตาด้วยอัญมณีระยิบระยับที่ช่วยเพิ่มเทคนิคลวงตาได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด โดยการประกอบแต่ละชิ้นส่วนเข้าด้วยกันให้ลดหลั่นบนระดับที่แตกต่าง เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวและจังหวะที่ร่วมสมัยให้กับสร้อยอัญมณีล้ำค่าลายโมเสค พรางตาด้วยลูกเล่นของวัตถุที่เล่นแสงแตกต่างกัน ทั้งโลหะที่ถูกขัดเงาให้แวววาวราวกระจกและโอนิกซ์เจียระไนเป็นทรงเหลี่ยมกราฟฟิก ทั้งนี้...คาร์เทียร์ให้ความสำคัญกับด้านหลังของชิ้นงานเป็นพิเศษมาโดยตลอด ซึ่งแลดูประณีตราวกับเป็นภาพสะท้อนจากกระจกของด้านหน้า

 

 

 

สร้อยคอพิกเซลาร์จ (Pixelage Necklace) สร้อยคอเส้นนี้รวบรวมเอามนต์เสน่ห์ของเสือแพนเตอร์ทั้งลายต่างๆ และความทรงพลังในฐานะสัญลักษณ์ประจำเมซงคาร์เทียร์ การใช้ลวดลายของเสือแพนเตอร์มาเป็นส่วนประกอบของการออกแบบเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์และความเชี่ยวชาญของคาร์เทียร์มายาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1914 สร้อยคอเส้นนี้จึงยึดกับลวดลายดั้งเดิมของเสือแพนเตอร์ โอนิกซ์แวววาวแทรกเป็นลายสีดำเสมือนลายจุด ในขณะที่เพชรสีขาว เหลือง และส้มแทนขนที่หนาเป็นปุย พรายระยับสีทองของสร้อยยังถูกขับให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยโทพาซใหญ่สะดุดตาสีทอง 3 เม็ดที่มีน้ำหนักรวมกันกว่า 27.34 กะรัต ความสำคัญของการออกแบบคือน้ำหนักและการประกอบข้อต่อต่างๆ ซึ่งเสริมให้โครงสร้างของสร้อยยังคงรักษาดีไซน์เลขาคณิตที่รังสรรคขึ้นเป็นแนวดิ่ง ในขณะที่ยังเต็มไปด้วยความอ่อยช้อย และคล่องตัว

 

 

 

แหวนพาเรเลีย (Parhelia Ring) แชฟไฟร์สีน้ำเงินเข้มเจียระไนแบบคาโบชง 21.51 กะรัต ที่ดูราวเปล่งประกายออกมาจากภายใน ส่องประกายโดดเด่นบริเวณกลางตัวเรือน ทั้งสองด้านถูกโอบล้อมด้วยเพชรและมรกตที่ประดับอยู่ในกรอบทรงโค้ง 5 ชั้น ดุจการกระเพื่อมของผิวน้ำในทะเลสาบ การรมดำ (black lacquer) ช่วยสร้างมิติแห่งแสงและเงาให้กับตัวเรือน เพื่อดึงให้ลักษณะที่แลดูราวกับเคลื่อนไหวได้นั้น โดดเด่นยิ่งขึ้น ประกอบกับความกว้างของตัวเรือนแหวนที่ขยายและงุ้มปลายลงเพื่อให้สามารถประดับอยู่บนพื้นที่ของนิ้วมือถึง 3 นิ้ว และเพื่อความประณีตถึงขีดสุด ตัวเรือนด้านบนสามารถถอดออกและนำมาสวมใส่เป็นเข็มกลัดได้เช่นเดียวกัน โดยองค์ประกอบของลวดลายและสีสันที่ผสานระหว่างไพลินและมรกตอย่างลงตัวนี้ ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 โดยหลุยส์ คาร์เทียร์ (Louis Cartier) ซึ่งตั้งชื่อลวดลายนี้ว่า ลายนกยูง (peacock motif) ถือเป็นอีกหนึ่งคู่สีสัญลักษณ์ประจำเมซงคาร์เทียร์

 

 

 

สร้อยคออลักซอร์ (Alaxoa Necklace) ด้วยรูปลักษณ์ที่ตราตรึงประกอบกับสีสันอัญมณีในเฉดสวยเข้มข้นบนสร้อยเส้นนี้ ทั้งหมดทั้งมวลแสดงให้เห็นถึงความละเมียดละไมและแม่นยำในการออกแบบตั้งแต่ขั้นตอนริเริ่ม หลังจากคัดสรรมรกตจากสีและขนาดแล้ว ช่างฝีมือด้านอัญมณีประจำเมซงจะคำนึงถึงความสมดุล ความสมมาตร และการจัดวางที่ลงตัวขององค์ประกอบทั้งหมด ก่อนที่จะเริ่มประกอบเข้าด้วยกันโดยใช้เทคนิคขึ้นเกลียวไหม (threading technique) ซึ่งเป็นทักษะช่างเชิงศิลป์ที่สืบทอดกันมาของเมซงคาร์เทียร์ ด้วยการร้อยอัญมณีเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเกลียวและพู่ หลังจากนั้นจึงเชื่อมเกลียวอัญมณี โดยใช้ข้อต่อโลหะขนาดเล็กในการทำให้เกลียวพู่เหล่านั้น ให้ขยายแผ่ออกจากกันคล้ายรูปทรงพัด โดยแต่ละเกลียวยังคงสามารถขยับ และเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ

 

 

 

สร้อยคอชาร์คารา (Sharkara Necklace) ดีไซน์ของสร้อยคอเส้นนี้ขับเน้นขนาดและรูปทรงพิเศษด้วยความสมดุลของเส้นตรงและเส้นโค้ง ผสมผสานรูปทรงที่แปลกตาและสีสันดุจผลเบอร์รี่สุกฉ่ำ ซึ่งการร้อยเรียงเฉดสีให้ไล่ระดับได้อย่างสวยสมบูรณ์และพิถีพิถันเช่นนี้ ต้องอาศัยสายตาอันเฉียบคมของผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีศาสตร์ ในขณะที่การจัดวางทัวร์มาลีนอย่างประณีตบรรจง ไปจนถึงการให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับรายละเอียดที่รุ่มรวย กระทั่งรูปทรงของโกเมนที่ช่วยสะท้อนเส้นโค้งนานาของสร้อยเส้นนี้ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ทุกประการที่กล่าวมานั้นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากช่างอัญมณีชั้นสูงมากฝีมือของคาร์เทียร์

 

 

 

สร้อยคอโกรูซองต์ (Coruscant Necklace) สร้อยคอโกรูซองต์ คือบทพิสูจน์อันงดงามของพลังแห่งมนตราจากเพชรล้ำค่า ประดับประดาด้วยเพชรที่ผ่านการเจียระไนต่างรูปทรงกันถึง 6 แบบ ทั้งทรงว่าว, ทรงแปดเหลี่ยม, ทรงเอเมอรัล, ทรงสามเหลี่ยม, ทรงบาเก็ต และทรงเหลี่ยมเกสร ที่ล้วนสะท้อนและกระจายแสงในมุมที่โดนเด่นแตกต่างกัน ทุกชิ้นผ่านการรับรองสีและความใสสะอาดในระดับ D IF และ E IF

 

 

 

สร้อยคอถูกออกแบบให้มีลักษณะพิเศษด้วยรูปทรงเลขาคณิตที่แม่นยำในสัดส่วน ด้วยสามโครงสร้างหลักที่ประสานพันเกี่ยวเข้าด้วยกัน พร้อมอัญมณีเม็ดหลักไฮไลต์ 3 เม็ด ได้แก่ เพชรทรงว่าว ขนาด 3 กะรัต เพชรทรงแปดเหลี่ยม ขนาด 1.62 กะรัต และเพชรทรงเอเมอรัล ขนาด 1.54 กะรัต สายสร้อยพันเกี่ยวกันอย่างบรรจงราวกับถักทอด้วยอัญมณีระยับ ที่ร่ายมนต์ขณะแสงทอส่องไปยังเพชรเม็ดงามทั้ง 3 เม็ด รายล้อมด้วยเพชรทรงเหลี่ยมเกสรซึ่งแลดูเหมือนซ่อนตัวอยู่ภายใต้เพชรทรงบาเก็ต เปล่งประกายสุกสว่างจากด้านบนซึ่งเป็นผลลัพธ์แห่งลายกราฟฟิกอันซับซ้อน

 

 

 

ในฐานะผู้ค้าอัญมณีที่เปี่ยมความรับผิดชอบ คาร์เทียร์มุ่งมั่นปรับปรุงขนบธรรมเนียมแห่งความเป็นเลิศให้ดียิ่งขึ้นไป ทั้งรักษาและไม่หยุดพัฒนาพันธสัญญาพร้อมหลักปฏิบัติด้านจริยธรรม สิ่งแวดล้อมและสังคม เนื่องด้วยสภา Responsible Jewellery Council หรือ RJC ได้ขยายขอบเขตของหลักปฏิบัติให้ครอบคลุมอัญมณีและเพชรพลอยสี รวมทั้งคณะทำงานด้านเพชรพลอยสี คาร์เทียร์จึงสนับสนุนการพัฒนาหลักปฏิบัติเพื่อนำมาใช้กับทั้งอุตสาหกรรม นอกจากนั้นยังใช้การควมคุมมาตรฐานภายในด้านความเป็นเลิศและคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยเมซงคาร์เทียร์ได้ขอความร่วมมือจากซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องให้ใช้ข้อปฏิบัติภายใต้ความรับผิดชอบชุดเดียวกัน ทั้งยังสนับสนุนและส่งเสริมให้ได้ใบรับรองจากสภา Responsible Jewellery Council อีกด้วย และด้วยจิตวิญญาณแห่งการ   ยึดมั่นในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง คาร์เทียร์จะมุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาความรู้ด้านชัพพลายเชนที่อยู่เบื้องหลังอัญมณีแต่ละเม็ดให้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาร์เทียร์ โปรดเยี่ยมชม www.cartier.com/en-th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Cartier Thailand
LINE Official Account @CartierTH