MINI STRIP กับงานดีไซน์ที่ยั่งยืนพร้อมลูกเล่นที่แฝงไว้ โดย PAUL SMITH

MINI STRIP กับงานดีไซน์ที่ยั่งยืนพร้อมลูกเล่นที่แฝงไว้ โดย PAUL SMITH

MINI STRIP ผลงานร่วมออกแบบโดย Paul Smith รถยนต์ซึ่งมีเพียงคันเดียวในโลกที่มาพร้อมกับดีไซน์สุดพิเศษจากผลงานการออกแบบร่วมกันระหว่าง MINI แบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษ และ Paul Smith ดีไซเนอร์แถวหน้าของอังกฤษ ซึ่งได้แถลงเปิดตัวโปรเจกต์ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 เป็นผลให้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งสองแบรนด์ไอคอนิคสัญชาติอังกฤษได้มาร่วมกันแชร์ความครีเอทีฟเพื่อสร้างสรรค์งานผลงานดีไซน์อันยั่งยืน ผลงาน MINI STRIP ได้ฉายแววความเป็นนวัตกรรมสุดล้ำที่ชูคอนเซปต์ด้านผลงานเพื่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์  ภายใต้แนวความคิด “ความเรียบง่าย ความโปร่งใส ความยั่งยืน” นวัตกรรมยานยนต์นี้ เผยให้เห็นไอเดียอันเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจเพื่อวิถีอันยั่งยืน ด้วยชื่อของผลงาน “MINI STRIP” กระบวนการทั้งหมดจึงเริ่มต้นที่การเปลือยโครงสร้างของรถยนต์ไฟฟ้าสามประตู MINI Cooper SE และลดทอนรายละเอียดเพื่อให้เห็นถึงองค์ประกอบของโครงสร้างรถ ซึ่งองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ดีไซเนอร์มองเห็นถึงความจำเป็น ความเฉพาะตัว ความมีประโยชน์ใช้สอย จะถูกนำมาใช้และจัดวางให้เข้าที่ พร้อมเสริมด้วยไอเดียเรื่องความยั่งยืนที่ครอบครองพื้นที่งานออกแบบในครั้งนี้

 

 

 

“สำหรับตัวผมเอง MINI STRIP แสดงให้เห็นถึงความน่าประทับใจที่ MINI และ Paul Smith ร่วมแชร์แนวคิดอันหาญกล้าเดียวกันเกี่ยวกับอนาคตในด้านนวัตกรรมและงานออกแบบ และเราพร้อมที่จะร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานมากยิ่งขึ้นไปอีก Paul ได้ตั้งคำถามที่สำคัญมาตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการดีไซน์ ด้วยมุมมองที่ปราศจากความรู้ด้านยานยนต์แต่มีความสดใหม่ เราจึงรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาภาพรวมของคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนร่วมกัน” Oliver Heilmer หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ MINI กล่าว

 


 

MINI เปิดรับมุมมองที่เหนือไปอีกขั้นอยู่เสมอ เพราะนั่นคือสิ่งที่จะช่วยขัดเกลามุมมองต่าง ๆ ของแบรนด์และแนวทางในการแก้ปัญหาให้แหลมคมมากยิ่งขึ้น ในฐานะดีไซเนอร์ที่มีความหลงใหลในจักรยาน หนังสือ และสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย Paul Smith ยังได้ตั้งคำถามที่ช่วยสร้างแรงผลักดันใหม่ ๆ ในการค้นหาสิ่งที่นอกเหนือจากที่เคยเป็นมา “ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งสำหรับโอกาสที่ทำให้ได้คิดทบทวนถึงความเป็น Iconic ของแบรนด์ MINI” Paul กล่าว “ผมทั้งรู้จักและหลงใหลในตัวรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถเก่าหรือรถปัจจุบัน และผมให้ความสำคัญกับเรื่องราวในอดีตควบคู่ไปกับการมองไปยังอนาคต เราจึงได้สร้างสรรค์อะไรบางอย่างที่พิเศษสุด ออกมา ผมรู้สึกได้รับเกียรติเป็นอย่างมากจากทางทีม MINI ที่ได้มอบความมั่นใจและอิสระในการสร้างสรรค์และออกแบบรถยนต์คันนี้  ผมคิดว่าเราได้ร่วมกันสร้างสรรค์บางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริง โดยย้อนกลับไปสู่ความเบสิก ลดทอนบางสิ่งบางอย่าง และเปิดเผยโครงสร้างของรถยนต์” 



 

ทั้งสองแบรนด์ได้ร่วมกันนำหลักในการลดทอนสิ่งต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุดมาใช้ เพื่อผลิตงานดีไซน์อันเรียบง่ายตามแบบฉบับของความมินิมัลและคงไว้ซึ่งความไฮคลาส ที่มาพร้อมรูปลักษณ์โฉมใหม่และความแหวกแนว สัมผัสอันชาญฉลาดบนผลงานการออกแบบภายนอกของรถยนต์ไฟฟ้าแบบสามประตู รุ่น MINI Cooper SE ด้วยสุนทรียภาพอันเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ วัสดุซึ่งเป็นชิ้นส่วนของงานดีไซน์ภายนอกที่ให้สัมผัสอันสุขุม ตัวถังรถถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ดูเหมือนยังไม่เสร็จสมบูรณ์ด้วยการไม่ทำสี แต่ใช้ฟิล์มเนื้อบางโปร่งใสเพื่อป้องกันการกัดกร่อนแทน ส่วนรอยขัดจากโรงงานถูกปล่อยทิ้งไว้บนเนื้อเหล็กที่มีการเคลือบกันสนิม เพื่อสะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์เป็นวัตถุเพื่อการใช้สอยและเป็นคู่หูที่แข็งแกร่ง เปี่ยมพลังสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ลักษณะรายละเอียดที่ดูดิบหยาบอย่างตั้งใจถูกให้สมญานามว่า “ความไม่สมบูรณ์แบบอันสมบูรณ์แบบ” โดย Paul Smith


 

 

ตราสีดำของ MINI ที่ทุกคนคุ้นเคยได้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเทคนิคการพิมพ์สามมิติลงบนชิ้นส่วนพลาสติกรีไซเคิล และคุณภาพของตัววัสดุอื่น ๆ ถูกทิ้งไว้ให้เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น แผงโลหะของตัวรถ Paul Smith ผู้หลงใหลในจักรยาน เขามักจะชอบม้วนแขนเสื้อขึ้นในขณะที่เปลี่ยนหรือปรับแต่งชิ้นส่วนของจักรยานด้วยตัวเอง ซึ่งนั่นได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการนำตัวน็อตมาโชว์บนชิ้นส่วนให้เห็น สะท้อนแนวคิดความเรียบง่ายของการเผยให้เห็นวัสดุโดยไม่มีอะไรมาบดบัง และเพื่อแสดงให้เห็นว่ารถคันนี้สามารถนำไปแยกชิ้นส่วนก่อนการรีไซเคิลได้อย่างง่ายดายหลังหมดอายุการใช้งาน ส่วนสเกิร์ตกันชนทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่มอบประโยชน์ใช้สอยและรูปลักษณ์ที่โดดเด่นผลิตด้วยเทคนิคการพิมพ์สามมิติ ซึ่งมอบเนื้อสัมผัสที่โฉบเฉี่ยวได้อย่างน่าประทับใจ

 

 

 

กระจังหน้าโล่งของ MINI STRIP และฝาครอบล้อช่วยลดรอยขีดข่วนที่รับรองคุณภาพความทันสมัยของรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งยังเสริมหลักการทฤษฎี ขอบกระจังหน้ารถและชุดแต่งล้อรถแอโรไดนามิกที่ทำจากพลาสติก Perspex รีไซเคิล ที่ช่วยทั้งในเรื่องน้ำหนักและทรัพยากรวัสดุที่ใช้ ตัวพลาสติก Perspex รีไซเคิลยังถูกนำมาใช้กับหลังคาพาโนรามิกขนาดใหญ่เพื่อเผยมุมมองอันกว้างไกล เผยให้เห็นโครงสร้างภายในของรถคันนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง 

 

 

ทางแบรนด์ MINI เรียกโมเดลรถคันนี้ว่าเป็น ‘twinkle in the eye หรือ ประกายในดวงตา’ ส่วน Paul Smith ให้คำจำกัดความต่อรถคันนี้ว่าเป็น ‘classic with a twist หรือ ความคลาสสิกที่แฝงไปด้วยลูกเล่น’ ทั้งสองมุมมองสื่อถึงรายละเอียดที่เกินคาด อย่างการเลือกใช้สีสันที่ตัดกันเพื่อเผยให้เห็นเอกลักษณ์ในผลงานของดีไซเนอร์ได้ในพริบตา ซึ่งถือเป็นการทรยศต่อความหลงใหลในรายละเอียดของเขา เช่นเดียวกับโมเดล MINI STRIP ที่เมื่อเปิดประตูรถจะเผยให้เห็นแถบสี 5 แถบอันสดใสซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ แบรนด์ Paul Smith ฝาครอบปิดที่ชาร์จเครื่องยนต์จะมีประกายแสงนีออนสีเขียวเมื่อถูกเปิดออก พร้อมสลักลายเส้นสัญลักษณ์รูปเสียบชาร์จบนฝาปิดซึ่งเป็นผลงานลายเส้นของ Paul Smith เอง

 



 

รูปแบบที่ตามมาด้วยการใช้งานในทุกรายละเอียดอันสุขุม แยบยล นั้นได้ถูกรวบรวมเอาไว้ในรถยนต์ MINI STRIP คันนี้ ความเรียบง่าย ความโปร่งใส และความยั่งยืน ที่ก่อตัวเป็นคอนเซปต์ของขั้นตอนการออกแบบและสะท้อนผ่านทุกมิติและทุกแง่มุมของรถคันนี้ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ MINI STRIP เป็นสื่อกลางของปรัชญาในความเป็น MINI’s Creative Use of Space เป็นผลงานที่นำกลับมาดีไซน์อีกครั้งได้อย่างล้ำลึก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของแบรนด์ MINI โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานตกแต่งภายใน และยังเป็นแรงผลักดันให้กับการใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืนในงานออกแบบยานยนต์อีกด้วย พบกับ Paul Smith ได้ที่ สยามพารากอน, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี LINE Official @PaulSmithThailand